ติดตั้งฟิล์มกรองแสงรถยนต์
ขั้นตอนการติดตั้งฟิล์มกรองแสง
1. ทาบขนาดฟิล์ม
2. ตัดฟิล์มให้พอดี
3. ฉีดน้ำแล้วแปะฟิล์ม
4. เป่าฟิล์มให้เข้ารูป
4. รีดฟิล์มให้เรียบ

ฟิล์มกรองแสงนั้นเป็นวัสดุที่โปร่งแสง แต่ช่วยลดความร้อน ลดรังสีอินฟราเรด และรังสีอัลตร้าไวโอเลตที่เข้ามากระทบ ทำให้ช่วยลดความร้อนภายในรถ เมื่อต้องจอดอยู่กลางแสงแดดฟิล์มสามารถแบ่งได้หลายประเภท อาทิเช่น

ฟิล์มอินฟราเรด (Infrared Film)

เป็นฟิล์มที่เคลือบสารเคมีพิเศษ เพื่อทำการตัดรังสีอินฟราเรด ฟิล์มชนิดนี้เป็นฟิล์มที่สามารถกันความร้อนได้ดีที่สุด

ฟิล์มนิรภัย (Safety Film)

เป็นฟิล์มชนิดที่มีความหนา ฟิล์มชนิดนี้จะทำการยึดเกาะแผ่นกระจกให้คงรูปมาก ช่วยซับแรงจากการกระแทก ฟิล์มชนิดนี้มีทั้งชนิดลดความร้อน และไม่ลดความร้อน

ฟิล์มใสนาโน (์Nano Film)

เป็นฟิล์มที่แสงสามารถส่องผ่านได้มากที่สุดถึง 60% แต่ก็เป็นฟิล์มที่ช่วยลดความร้อนได้สูง

ฟิล์มปรอท (Mercury Film)

เป็นฟิล์มที่คล้ายกระจกเงา ในเวลากลางวันจะมองเข้าไปในตัวรถไม่ได้เลย แต่ตอนกลางคืนจะสามารถมองเข้าไปได้ ฟิล์มชนิดนี้มีคุณภาพในการลดความร้อนตั้งแต่ 35-90% สามารถป้องกันรังสีต่างๆ อายุการใช้งานของฟิล์มชนิดนี้อยู่ที่ 3-7 ปี

เรามีฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพที่สุด
ให้บริการแก่ลูกค้า
กระจกรถยนต์ 1 ชั้นกับ 2 ชั้นต่างกันอย่างไร ?

กระจกรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นแบบใด รุ่นใด หรืออยู่ส่วนไหนของรถยนต์ก็ตาม จะเรียกกระจกจำพวกนี้ว่า ‘กระจกนิรภัย’ โดยกระจกนิรภัยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. กระจกนิรภัยแบบชั้นเดียว (Tempered Safety Glass) กระจกนิรภัยชั้นเดียวหรือกระจกนิรภัยเทมเปอร์ สำหรับรถยนต์ มีคุณสมบัติในด้านความปลอดภัย โดยมีลักษณะแตกเป็นเม็ดเล็กๆ คล้าย เมล็ดข้าวโพด เมื่อแตกส่วนที่อยู่บริเวณกลางกระจกในระดับสายตาของผู้ขับขี่รถยนต์ จะมีลักษณะเป็นเม็ดใหญ่กว่าบริเวณอื่นๆ ของตัวกระจกเพื่อความสะดวกในการมอง เรียกบริเวณนี้ว่า โซนเทมเปอร์ (ZONE TEMPER) กระจกชนิดนี้จะไม่แหลมคมเหมือนกระจกธรรมดาตามอาคารบ้านเรือน

2. กระจกนิรภัยแบบหลายชั้น (Laminated Safety Glass) กระจกนิรภัยหลายชั้นหรือกระจกนิรภัยลามิเนท เป็นกระจกที่ผลิตขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ความปลอดภัยสูงแก่ผู้ใช้รถยนต์ โดยการนำเอากระจก 2 แผ่น มาอัดติดกันโดยมีแผ่นฟิล์ม (Polyvinyl Butyral) ที่เหนียวและแข็งแรงซ้อนอยู่ระหว่างกลางยึดเกาะมิให้เศษกระจกหลุดออกมาทำอันตรายผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร กระจกชนิดนี้เมื่อแตกจะยังคงรูปเหมือนเดิม จะมีเพียงรอยสะเกล็ดของเนื้อกระจกที่กะเทาะออก รอยแตกร้าว หรือรอยแผลขนาดใหญ่คล้าย ใยแมงมุม 🕸 เท่านั้น ปัจจุบันรถยนต์เกือบทุกรุ่น ที่ออกจากโรงงานประกอบรถยนต์ จะติดตั้งกระจกบังลมหน้ารถยนต์ ด้วยกระจกนิรภัยประเภทนี้

ข้อดีของการใช้กระจกนิรภัยหลายชั้น (เช่นแบบ 2 ชั้น)
– เมื่อกระจกแตกจะไม่มีเศษกระจกหลุดออกมาทำอันตรายผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร
– เมื่อกระจกแตก ยังคงมองเห็นทัศนวิสัยได้ชัดเจนเกือบเหมือนเดิม
– เมื่อกระจกแตกร้าวยังคงใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันทีในขณะนั้น คือกระจกยังคงรูปเหมือนเดิม ยังสามารถป้องกัน ลม ฝุ่น น้ำ ได้
– ผู้โดยสารหรือผู้ขับขี่ จะไม่ได้รับอันตรายร้ายแรง ในกรณีผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร กระแทกกับกระจก ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

ผลงานของเรา